21 Febuary 2019 / by Madmee / 3,232 Views /

           อยากรู้มั้ยทำไมแม้ดถึงชอบเขียนเรื่องของกิน ไอ้ประโยคที่ว่า you are what you eat มันคือสิ่งที่สะท้อนมุมมองเรื่องการกินอาหาร กับสุขภาพ รวมไปถึงหุ่นได้อย่างตรงประเด็นสุดๆ ลองคิดง่ายๆ สำหรับคนที่อยากจะลดความอ้วนถ้าเทียบสัดส่วนของเวลาที่เราสามารถ เข้ายิมได้ (บนพื้นฐานความเป็นจริงแบบไม่มโน) ตีง่ายๆ (โอ๊ย เจ็บ) สวยๆเลย คือ เช้า เย็นก่อนไปทำงาน max สุดครั้งละ 1-2 ชม. ครั้งนึงน่าจะเบิร์นได้ราวๆ ตีคร่าวๆ 300-400kcal ถ้าเกิดเธอคนนั้นโคตรแม่ โคตรรพ่อฟิต ไปยิมได้ 6 วันต่ออาทิตย์ ก็จะเบิร์นได้ประมาณ 1,800 แคลต่อสัปดาห์ ซึ่งสำหรับมนุษย์ธรรมดา การจะมีวินัยขนาดนั้น ในขณะที่แค่จะเดินทางไปทำงาน หรือ นอนให้พอเป็นผู้เป็นคนยังยาก ข้อความที่กล่าวมาข้างต้นอาจเกิดขึ้นในฝัน

 

           ใน 1 วันเราควรกิน ประมาณ 1500 (ค่านี้กะคร่าวๆจาก BMR+TDEE แต่ละคนไม่เหมือนกัน ลองคำนวณได้ในเนท) แคลอรี่นั้นตั้งต้นเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เรารู้ในใจ คร่าวๆ เรารู้ได้จากการชั่ง วัด ตวง (ซึ่งยากเกินมนุษย์เดินดิน จะทำได้ในทุกวัน ) แต่ท้ายสุด หากไม่สนใจนังตัวเลข นี้เลย แคลอรี่ จากที่จับต้องไม่ได้ จะสามารถมองเห็นได้ และจับได้เต็มมือ เป็นไขมันรอบเอว หรือ พุง ย้วยๆ อิอิ พูดมาทั้งหมด ก็แค่อยากบอกว่าเรื่องกินสำคัญมาก… แต่จะทำยังไงให้จิตใจไม่เครียดเกิน พร้อมกับ รักษาหุ่นที่มี หรือ ทำตามเป้าหมายการลดน้ำหนัก และ keep หุ่นนั้นได้เรื่อยๆ สวยเรื่อยๆ เค เข้าเรื่อง…

กินยังไงให้แฮปปี้และหุ่นดีแบบยั่งยืน

1.อย่ากลัวที่จะกิน

           ใช่แล้วบทนำพึ่งสาธยายถึงความสำคัญของการเลือกอาหาร แต่ตอนนี้ ก็อ่านไม่ผิดหรอก “อย่า ไป กลัว ที่ จะ กิน ” วิธีที่จะทำให้ไม่กลัวที่จะกิน คือ การมีไอเดีย เข้าใจคอนเซปการกินแบบคร่าวๆ ไม่ต้องลึกซึ้งสุด เช่น

-          Cal in VS Cal out กินเท่าไหร่ใช้เท่านั้น ตัวเท่าเดิม , กินมาก ใช้น้อย อ้วนขึ้น , กินน้อยกว่าที่ใช้ ผอมลง (เมื่อเริ่มลองทำจะปวดหัวมากกับเรื่องแคล แต่พอไปสักวัน เราจะกะได้เองคร่าวๆ กะได้จากตัวเองนี่หละ เลขอาจจะไม่เป๊ะ แต่เราจะรู้ว่าแค่ไหน สำหรับตัวเอง ที่เรียกว่า กินเยอะ แค่ไหน กินพอดีพออิ่ม  แค่ไหนกินน้อยไปจนโหย ร่างกายบอกเราได้หมด ฟังเค้าด้วยเด้อ )

-          สารอาหารสำคัญจริงๆนะ นอกจากเรื่องปริมาณแล้ว คุณค่า ที่ได้รับ ในแต่ละมื้อก็สำคัญมากๆ ร่างกายเราอยุ่ได้ด้วยอาหารและสารอาหารนะ ไม่มีใครกินกล้วยหนึ่งลูก แทนมื้อ หรือ โยเกิร์ต 1 ถ้วยแล้ว มีแรงหรอกนะ อาหารมันมีตั้ง 5 หมู่ ช่วยกินให้ครบนะ

พอเรารู้อะไรแบบข้อมูลข้างต้นติ๊ดๆ เราจะเริ่มมีไอเดีย ว่าอ๋อ ต้องกินเพิ่มนะ ต้องลดตรงนี้นะ แล้วก็สามารถ วางแผนอาหาร การกินได้ วันที่จะกินของอ้วนๆ หรือ สิ่งที่อยากกิน เราก็จัดการตัวเอง ให้กินมื้ออื่น(วันอื่น) ให้ดี แค่นั้นเอง ก็ไม่ต้องกลัวที่จะกินแล้ว

กินยังไงให้แฮปปี้และหุ่นดีแบบยั่งยืน

2.กินแบบคิดถึงตัวเอง…บ้างงง

            ส่วนใหญ่ในหัวเราก็จะคิดแค่ว่า อันนี้ผอม อันนี้อ้วน ฟิตๆๆ คลีนๆๆๆ หรือ ไม่ก็โอโห อันนี้อร่อยโว้ยยยย ของมันต้องกินโว้ยยย แบบนี้ใช่มั้ย … ปกตินะ แต่ก่อนแม้ดก็เป็น (แม้ดใช้เวลาหลายปีมาก ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี กับอาหาร ตอนนี้เป็นเพื่อนกันแล้วหละ 555 ) แต่ลองนั่งคิดอีกที คำว่า สุขภาพ ที่เหมือนจะใกล้ตัว แต่เราไม่ค่อยนึกถึงหรอก จนกว่า คำว่า “ป่วย” จะกระแทกหน้า หรือ เกิดภาวะ อะไรที่ทำให้เราใช้ชีวิตปกติ ได้ไม่ปกติ … นั่นหละ วันนั้น ที่เราจะเริ่มนึกถึงการกิน และ “ อาหารจะเป็นยาหรือคือขยะที่เราป้อนใส่ร่างกาย ” นั่นคือ ที่สิ่งที่เรากำหนดได้ ทุกครั้งที่หยิบอะไรสักอย่างเข้าปาก คิดถึงตัวเองสักนิด และอาหารส่วนใหญ่ที่ดีต่อสุขภาพ มันก็ไม่อ้วนด้วยนะ ตั้งสติก่อน สตาร์ท.. และสวาปาม

กินยังไงให้แฮปปี้และหุ่นดีแบบยั่งยืน

3.ทบทวนอีกครั้งกับคำว่าชีทเดย์

              แปลตรงตัว Cheat Day คือ วันโกง ซึ่งตัวแม้ดเองไม่ค่อยชอบคำนี้สักเท่าไหร่ เพราะคิดว่าแค่ เรื่องกิน อะไรที่ฉัน อยากจะกิน มันไปโกงอิหยังวะ งง  เหมือนว่าไปโทษตัวเองทำไม กับแค่เรื่องกินตามใจเนี่ยนะ แล้วการมีชีทเดย์ ถ้าหยุดชีทได้ ในขอบเขตที่เหมาะสม มันก็โอ แต่ส่วนใหญ่มักจะเกินเลย กินอย่างคลั่ง และไม่หยุดแค่มื้อเดียวหรือวันเดียว เพราะ ภาพในหัวคือ ชิบเป๋งแล้ว มีแค่วันนี้ที่ตูจะกิน ที่อยากกิน ต้องเอาให้คุ้ม… ซึ่งหลายคนมักจะไม่หยุด แค่นั้น และสุดท้าย ก็จะใช้คำอธิบายเหตุการณ์ กินอย่างคลั่ง นั้น ว่า “หลุด” จากนั้น ก็อาจจะเข้าลูป รู้สึกผิด ออกกำลังหนัก เครียด ร่างพัง และหยุดกินไม่ได้ต่อไป ซึ่งแม้ดว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ดี กับตัวเองเท่าไหร่ แม้ดเลยกินที่อยากกิน เวลาที่อยากกิน และโดยธรรมชาติ ที่ไม่ต้องกลัว ว่าจะหมดเวลากินแล้วนะ!! ก็ไม่ต้องยัดหรือ กินปริมาณเยอะ ๆ แค่กินพอหายอยาก ก็ฟินละ  มื้อนึงจบ ปึ้ง ไม่มีแอบกินต่อ ไม่อ้วนเกินเลย แฮปปี้กับอาหารตรงหน้าโดยไม่กังวลใจ enjoy life  :)

 

กินยังไงให้แฮปปี้และหุ่นดีแบบยั่งยืน

4. คลีน ลีน ฟิต

              คิดถึงคำเหล่านี้มากๆ จากเป้าหมาย มันจะกลายเป็นความกดดัน ซะมากกว่า กินอะไรก็ไม่ได้ เหนื่อยมากๆ จนพาลไม่อยากทำ ก็จบอีก นอกจากนี้ อาหารหลายสิ่งที่ ขึ้นต้น ว่า “คลีน ” ไม่ได้แปลว่าจะกินเท่าไหร่ก็ได้ เพราะกินเยอะมันก็อ้วนเหมือนกันจย้า อะไรที่มันเยอะเกิน ร่างกายก็เอาไปเก็บเป็นไขมันอยู่ดี ร่างกายไม่รู้หรอกว่านี่คือ ขนมคลีน ที่ทำจากแป้งสเปลท์ almond meal whatsoever กินอกไก่เยอะเกินก็อ้วนได้จย้า เพราะฉะนั้นอย่าหลับหูหลับตากิน จงมองการกินในหลายมิติ เลือกกินให้เป็น  กินอาหารธรรมดาทั่วไป ก็ไม่อ้วนได้นะ

กินยังไงให้แฮปปี้และหุ่นดีแบบยั่งยืน

5.เลิกหลอกตัวเอง

               คนแรกที่เราควรตรงไปตรงมาด้วย และคนสุดท้ายที่เราควรหลอก คือ “ตัวเอง” ถ้ารู้ว่าตอนนี้อ้วน กินไม่ดีมายาวนาน บวมเบียร์ บลาๆ ก็บอกตัวเอง ว่า เออ ตูอ้วนโว้ย ถ้าจะกินแบบสุดติ่ง ตอนกิน ก็จงรู้ไว้ด้วย ว่าต่อไปจะต้องทำอะไร วางแผนไว้สำหรับตัวเอง มันไม่ใครมาว่าเราหลอก โตๆกันแล้ว มันจะมีแค่อ้วนขึ้นนี่แหละ ถ้ารู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ว่าตอนนี้สถานการณ์ร่างกาย และจิตใจเป็นยังไง เราจะรู้ทันที ว่า ตอนนี้ ควรกินอะไร ไม่ควรกินอะไร ผิดกับการหลับหูหลับตาไดเอท ตามคนอื่น เพราะถามจริงๆ นะ ใครจะรู้จักตัวเราและร่างกายตัวเอง ได้ดีเท่าตัวเราเอง ขอเพียงอย่าหลอกตัวเอง อยากได้อะไร ก็ทำ อยากได้หุ่นแบบไหน ก็กินแบบนั้น จบปึ้งงงงงง

 

               บลอคนี้เหมือนเก็บกด ไม่ได้เขียนมานาน ตั้งใจเขียนน้า อันนี้เป็นมุมมองของแม้ดนะ มันจะกลางๆ ตรงๆ ไม่ได้ให้กำลังใจเว่อร์วัง และไม่ได้เคร่งอะไรมาก เพราะแม้ดเองก็ทำแบบนี้เหมือนกัน สู้กันต่อไป กอด,แม้ด